เปิดปม: ทำไมผีน้อยไม่ไปทำงานแบบถูกกฎหมาย?

March 9, 2020

 

การเคลื่อนย้ายแรงงานไม่ใช่เรื่องใหม่ และ “ผีน้อย” เองก็ไม่ใช่เพิ่งมี ท่ามกลางความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากบรรดาผีน้อยที่เดินทางกลับจากเกาหลีมายังไทย หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมผีน้อยถึงไม่ไปทำงานเป็นแบบถูกกฎหมาย? วันนี้เรามีคำตอบมาเล่าสู่กันฟังครับ

 

หมายเหตุ:

บทความนี้มีเจตนาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาอุปสรรคในการไปทำงานแบบถูกกฎหมายของแรงงานไทยที่เกาหลี ส่งผลให้มีแรงงานไทยจำนวนมากลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายแทน ไม่ได้สนับสนุนหรือเป็นข้ออ้างในการลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย และไม่เห็นด้วยในกรณีที่แรงงานที่กลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงไม่กักกันตัวตามที่รัฐบาลประกาศ

 

ทำไมผีน้อยไม่ไปทำงานเป็นแบบถูกกฎหมาย?

 

สมมติว่าผม คุณ เอก และไอซ์ เป็นเพื่อนกัน เราสี่คนย้ายจากลำปางไปทำงานที่ชลบุรี ได้ค่าแรงวันละ 336 บาท (ซึ่งเป็นค่าแรงขั้นต่ำที่สูงที่สุดในประเทศ ส่วนค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพได้ 331 บาท )

วันหนึ่งเอกมาชวนพวกเราทั้ง 4 คนไปทำงานที่เกาหลีด้วยกัน เอกบอกว่ามีเพื่อนที่รู้จักย้ายไปทำงานที่นั่น รวยเป็นล่ำเป็นสัน สร้างบ้านหลังใหญ่โต เราทั้ง 4 คนเลยตกลงไปด้วยกัน เพราะถ้าขืนทำงานที่ไทยได้เงินเดือนแค่หมื่นนิดๆ ชาตินี้คงไม่มีทางรวย เรื่องจะสร้างบ้านหลังใหม่ก็อย่าได้หวังเลย อย่างน้อย ๆ ไปทำงานเก็บเงินที่นั่นสักก้อนแล้วค่อยกลับมาต่อยอดก็ยังดี

 

เรา 4 คนวางแผนว่าจะไปอย่างไรดี

 

เอกเสนอว่าให้ซื้อทัวร์ไป แล้วไปโดดที่นั่นเหมือนที่เพื่อนเขาทำ จ่ายค่าทัวร์แค่ 3 หมื่นก็ได้แล้ว แต่ผมกับคุณบอกว่าไม่เอาหรอก ถ้าจะไปก็ต้องไปแบบถูกกฎหมายสิ ไอซ์เห็นด้วยกับเราสองกัน เราสามคนเลยเลือกไปแบบถูกกฎหมาย ส่วนเอกดึงดันซื้อทัวร์ไปโดดคนเดียว

 

เพื่อที่จะไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย เราสามคนต้องทำดังนี้ครับ

 

1. ผม คุณ และไอซ์ ต้องไปสมัครเรียนภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี ที่สถาบันที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาฯ ก่อน ค่าสมัครเริ่มต้นที่ราวๆ 9,500 บาท แต่สำหรับคนบ้านไกลอย่างเราสามคน อาจจะต้องซื้อเป็นคอร์สแล้วไปกินอยู่ที่สถาบันเลย ตกอยู่ที่ 20,000-30,000 หรือมากกว่า โดยมีที่พักให้ มีอาหารให้ แล้วก็มีบริการพาไปสอบด้วย ตอนนั้นไอซ์ไม่มีเงิน เลยต้องไปกู้เงินนอกระบบมา ระหว่างที่เรากำลังเรียนอยู่นั้น เอกทักแชทมาหาผม บอกว่าเขากำลังเตรียมบินไปเกาหลีแล้ว

 

(อุปสรรค1 คือเรื่องเงิน ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับ ผู้ประสงค์จะไปทำงานที่เกาหลีจะต้องจ่ายค่าสมัครเรียน ซึ่งยังไม่ได้การันตีผลว่าจะได้ไปทำงานจริงหรือไม่ โดยระหว่างเรียนอาจไม่สามารถทำงานหาเงินส่งตัวเองหรือครอบครัวได้)

 

2. หลังจากเรียนจบแล้ว สถาบันพาเราทั้งสามคนไปสอบ การสอบนี้เรียกว่า EPS-TOPIK โดยเป็นการสอบวัดระดับภาษาเกาหลีเพื่อไปทำงานตามระบบจ้างงาน EPS (Employment Permit System) ผลสอบออกมาแล้วครับ! ผมและคุณสอบผ่าน แต่ไอซ์สอบไม่ผ่าน ไอซ์เครียดมาก เพราะไม่รู้จะเอาเงินจากไหนไปจ่ายหนี้นอกระบบที่กู้มาสมัครเรียน ส่วนเอกทักมาบอกผมว่า เขาผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เตรียมตัวทำงาน แต่โชคร้ายที่เพื่อนของเขาอีกคนโดน ตม. ส่งกลับ

 

(อุปสรรค2 คือเรื่องการสอบ ผู้ใช้แรงงานหลายคนไม่ได้รับการศึกษาในระดับสูง ทำให้ความสามารถในการเรียน การจดจำ และการสอบ อาจจะต่ำกว่าคนอื่น ส่งผลให้สอบไม่ผ่าน แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่ตรงที่ว่า หากสอบไม่ผ่านเท่ากับว่าต้องเสียเงินค่าสมัครเรียนไปฟรีๆ หากไปกู้หนี้ยืมสินมา ก็ต้องหาเงินใช้หนี้ต่อ)

 

3. ผมและคุณเดินทางไปขึ้นทะเบียนผู้หางานกับกรมแรงงานฯ ตอนนี้มีชื่อเราสองคนบนระบบแล้วครับ ระหว่างนี้ก็แค่รอให้นายจ้างเกาหลีเป็นคนเลือกเราทำงาน เวลาผ่านไปเกือบสี่เดือน ผมได้รับโทรศัพท์จากกรมแรงงานให้เตรียมตัวไปทำงาน แต่ของคุณเงียบเชียบเลย ก็คงต้องรอไปก่อน ส่วนเอกเริ่มส่งเงินกลับมาที่บ้านแล้วครับ เห็นแม่เขาเปรยๆ ว่าจะต่อเติมบ้านใหม่

 

(อุปสรรค3 คือการเลือกของนายจ้าง นายจ้างมักไม่สนใจว่าคุณจะสอบได้คะแนนมากหรือน้อย นายจ้างสนใจแค่ว่าคุณทำงานได้มากขนาดไหน คุ้มค่าแรงไหม นายจ้างเลยมักเลือกเอาผู้ชายอายุน้อยๆ ก่อน หากเป็นผู้หญิง หรือมีอายุเยอะ โอกาสการถูกเลือกก็จะน้อยลงครับ นอกจากนี้นายจ้างบางคนยังดูโหงวเฮ้งด้วย ทำให้ผู้ที่สอบผ่านและมีรายชื่อบางคนต้องรอเป็นปีๆ บางครั้งก็ไม่ได้เรียกตัวเลย จนรายชื่อหมดอายุไปแล้วก็ต้องไปสอบใหม่)

 

4. หลังจากโดนเรียกตัวแล้ว ผมก็ดำเนินเรื่องทำเอกสารครับ ในกระบวนการนี้จะมีเจ้าหน้าที่ไทยคอยช่วยดูแลเรื่องเอกสารต่างๆ ด้วย พอทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็เดินทางไปที่เกาหลี แต่พอไปถึงแล้ว ผมเจอปัญหางานไม่ตรงกับที่แจ้งครับ ทั้งเนื้องานและค่าแรง ผมจึงแจ้งหน่วยงานเพื่อทำเรื่องขอเปลี่ยนงาน แต่ตอนนั้นไม่มีตำแหน่งงานว่างเลย ผมเลยโทรไปปรึกษาเอก เอกชวนผมไปทำงานกับเขา เขาบอกว่างานไม่หนักมาก เถ้าแก่ใจดี แต่นั่นหมายความว่าผมจะต้องหนีไปเป็นผีน้อย

 

(อุปสรรค4 ของการไปทำงานแบบถูกกฎหมายคือ งานที่ปลายทางไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในระบบ แม้ลูกจ้างจะสามารถยื่นขอเปลี่ยนนายจ้างได้ แต่ก็ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการเปลี่ยน อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งงานว่างด้วย หลายครั้งมีลูกจ้างไปทำงานแบบถูกกฎหมาย แต่สุดท้ายก็หนีงานไปเป็นผีน้อย เพราะจำเป็นต้องทำงานหาเงินให้คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายมา)

จะเห็นได้ว่าการไปทำงานแบบถูกกฎหมายนั้น จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทั้งในแง่ของเงินและเวลามากกว่า แต่ไม่ได้มีการยืนยันผลว่าจะได้ไปทำงานจริง ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้แรงงานเหล่านี้มีทรัพยกรที่จำกัด หลายคนจึงเลือกช่องทางที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยการไปโดดวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเดินทางเอง หรือไม่ก็ซื้อทัวร์ไปเกาหลีนั่นเอง

 

คำถามถัดมาคือ?

 

แม้ว่าการกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และสร้างผลกระทบตามมา แต่ทำไมคนไทยหลายคนยังเลือกที่จะไปทำงานที่นั่น หลายคนจะตอบคล้ายๆ กันว่าเพราะเรื่องเงิน ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราถามต่อว่าทำไมการอยู่ในไทยถึงไม่เอื้อให้เรามีโอกาสแบบนั้นบ้าง การกระจายความเจริญในไทยเป็นอย่างไร รัฐบาลมีบทบาทในการดูแลเรื่องเหล่านี้อย่างไร

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts