ย้อนรอยไวรัส SARS ระบาด 26 ประเทศ ติดเชื้อ 8,273 ราย ตาย 775 คน

January 23, 2020

ย้อนรอยไวรัส SARS ระบาด 26 ประเทศ ติดเชื้อ 8,273 ราย ตาย 775 คน

 

◾ จุดเริ่มต้น

1. ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีก่อน ราวๆ เดือน พฤศจิกายนปี 2002 ชาวนาจากเมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในเขตด้วยการปอดอักเสบ แต่ไม่เท่าไรก็เสียชีวิต

2. หลังจากนั้น มีผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวด้วยอาการเดียวกันมากขึ้น ที่น่ากลัวคือเจ้าที่ที่โรงพยาบาลก็เริ่มป่วยด้วยอาการปอดอักเสบเช่นเดียวกัน หลายรายเริ่มเสียชีวิต

3. แม้จะมีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น แต่ทางการจีนก็ยังเก็บเงียบและพยายามจัดการด้วยตัวเอง ไม่ยอมรายงานไปยังองค์การอนามัย และปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนเกือบ 4 เดือนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2003

4. จนทำให้มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในจีน และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือเริ่มมีการแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

 

 

◾ การแพร่ระบาดไปยังประเทศอื่นๆ

5. เดือนกุมภาพันธ์ปี 2003 ในขณะที่นักธุรกิจชาวอเมริกันกำลังบินกลับจากจีนไปสิงคโปร์ เครื่องบินไฟลท์นั้นต้องลงจอดฉุกเฉินที่ฮานอย เวียดนาม เพราะผู้โดยสารมีอาการหายใจติดขัด ภายหลังพบเป็นปอดอักเสบ แต่รักษาตัวไม่เท่าไรก็เสียชีวิต

6. หลังจากนั้น มีรายงานว่าบุคคลกรทางการแพทย์ในเวียดนาม และผู้ที่มีประวัติใกล้ชิดกับนักธุรกิจรายนั้น ก็เริ่มป่วยเป็นปอดอักเสบเช่นเดียวกัน โดยมีผู้ป่วยมากถึง 63 ราย และเสียชีวิตถึง 5 ราย

7. ในขณะเดียวกัน มีแพทย์จากกวางตุ้งเดินทางไปพักที่ฮ่องกง แต่แพทย์รายนี้ไม่รู้ว่าตัวเองติดเชื้อไวรัส จึงนำเชื้อไปแพร่ให้แขกคนอื่นๆ ที่โรงแรมด้วย

8. หายนะคือแขกเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ประเทศหลักๆ คือแคนาดา ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม

9. หลังจากเดินทางกลับไปยังประเทศของตนเอง จึงนำเชื้อไปแพร่ให้คนในประเทศตัวเองด้วย โดยที่ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อ 1755 ราย เสียชีวิต 299 ราย ที่แคนาดามีผู้ติดเชื้อ 251 ราย เสียชีวิต 44 ราย สิงคโปร์ ติดเชื้อ 238 ราย เสียชีวิต 33 ราย ส่วนไต้หวันติดเชื้อ 346 ราย เสียชีวิต 37 ราย

 

 

◾ การควบคุม

10. จุดเริ่มต้น มาจากคุณหมอชาวอิตาลีนามว่า Carlo Urbani ที่ถูกเรียกตัวให้ไปรักษานักธุรกิจชาวอเมริกันข้างต้น โดยในตอนแรก ทาง รพ ประเมินว่าน่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิดรุนแรง

11. แต่หลังจากดูอาการและวิเคราะห์ผลตรวจแล้ว คุณหมอประเมินว่าน่าจะเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ประเภทรุนแรงที่ติดต่อได้ง่าย จึงแจ้งไปยังองค์การอนามัยโลก (สุดท้ายคุณหมอก็ติดไวรัสและเสียชีวิตเช่นกัน)

12. ณ ตอนนั้นองค์การอนามัยโลกก็เพิ่งได้รับรายงานจากจีนมาพอดี จึงสรุปผลและประกาศการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้

13. หลายหน่วยงานช่วยกันหาต้นตอของเชื้อไวรัส จนสามารถระบุได้ว่าเป็นไวรัสโคโรน่า โดยเรียกชื่อว่า SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome)

14. จากนั้นมีการศึกษาต่อว่าต้นตอของไวรัสนี้มาจากไหน จนไปเจอว่ามาจากชะมดที่ขายเป็นอาหารในตลาดที่เมืองกวางตุ้งในประเทศจีน นอกจากนี้ยังพบเชื้อในตัวเฟอร์เรต แรคคูน รวมถึงแมวบ้านด้วย แต่เมื่อค้นคว้าไปเรื่อยๆ ก็พบว่าจริงๆ แล้วมาจากค้างคาว โดยเชื้อไวรัสเกิดการกลายพันธุ์

15. จนเมื่อปี 2017 หรือเมื่อสามปีที่ผ่านมานี้เอง เพิ่งจะมาพบว่าค้างคาวที่ว่านี้ คือค้างคาว Horseshoe Bats ที่อาศัยอยู่ในถ้ำในเมืองยูนนาน ประเทศจีน โดยตรวจพบเชื้อ Coronavirus อยู่เต็มไปหมด ซึ่งถ้ำแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากชุมชน หมายความว่าไวรัส SARS พร้อมจะแพร่ระบาดได้ทุกเมื่อ

16. แต่ไม่ทันจะได้ระบาด ตอนนี้ก็มีไวรัสลักษณะคล้ายกันจากเมืองอู่ฮั่นออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ก็รายงานตรวจพบผู้ป่วยในไทยแล้วเช่นกัน ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่จีนก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง:

https://www.who.int/csr/sars/en/

https://bit.ly/2RipXN9

https://bit.ly/2v715iG

https://bit.ly/2Ge217d

รูปประกอบ: Foundation for Biomedical Research

Tags:

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts