3 งานวิจัย ที่จะมาไขปัญหาความรัก

October 29, 2019

เคยไหม ที่เพื่อนเตือนสติว่าเราไม่ได้รักเขา แต่เราแค่หลงเขา?

เคยไหม ที่เราอยากมีคบกับใครไปนานๆ ไม่ต้องเลิกกัน แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร?

เคยไหม ที่เราบอกว่าอยากมีรักแท้แบบไม่มีเงื่อนไข แต่ไม่แน่ใจว่ารักนี้ต้องเป็นอย่างไร?

 

วันนี้ The Columnist มีคำตอบ จากงานวิจัย และผลการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความรักมาให้อ่านกัน

 

 

1.รู้ได้อย่างไรว่ารักหรือหลง?

รักกับหลงนั้นต่างกัน โดยความรักเป็นการทำงานของสมองในส่วนของความเห่วงใย และความเห็นอกเห็นใจ ในขณะที่ความหลงนั้น เป็นการทำงานของสมองในส่วนของแรงจูงใจ และการได้รางวัลผลต่างตอบแทน ฉะนั้นแล้ว ความรู้สึกรัก หรือหลงนั้น จึงสามารถแยกออกจากกันได้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ในแง่ปฏิบัติจริง คงไม่มีใครไปสแกนสมองเพื่อตรวจสอบว่านี่คือความรักหรือความหลง วิธีง่ายๆ ที่จะบอกได้ คือความรู้สึกของตัวเราเอง หากเราให้อีกฝ่าย โดยไม่หวังผลตอบแทน นี่อาจจะเป็นความรักมากกว่าความหลง เพราะเราไม่ต้องการรางวัล หรือผลต่างตอบแทน

 

 

2. ความสัมพันธ์ระยะยาว ไม่ได้เกิดจากความซื่อสัตย์ หรือภักดี แต่เกิดจากสิ่งนี้?

หลายคนเข้าใจว่า หากจะคบกันได้ในระยะยาวนั้น ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ไม่นอกใจ แต่จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ของคู่รักที่มีความสัมพันธ์ในระยะยาว พบว่าสิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันและส่งผลต่อการรักษาความสัมพันธ์ในระยะยาว คือ (1) ความคิดในเชิงบวกต่อกันและกัน หรือการไม่ระแวง คอยจับผิด หากต้องอยู่ไกลกัน (2) การสนับสนุนซึ่งกันและกัน ให้มีความก้าวหน้าในชีวิต ไม่ดึงรั้งให้อีกฝ่ายอยู่กับที่ หรือถอยหลังลง และ (3) การร่วมแชร์ประสบการณ์ร่วมกัน

 

3. ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอยู่จริง?

เรามักได้ยินคำว่า “รักแบบไม่มีเงื่อนไข” กันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักของพ่อแม่ คนในครอบครัว และอาจจะหมายรวมไปถึงคู่รักด้วย ทั้งนี้ความรักแบบไม่มีเงื่อนไขนี้ไม่มีอยู่จริง เพราะว่ารักที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของความรู้สึกปลอดภัย และความเชื่อใจ หากเรามีความรัก ที่มาพร้อมกับความรู้สึกปลอดภัย และความเชื่อใจอย่างเต็มที่ เราจะรู้สึกได้ถึงความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ที่เราๆ พูดถึงกัน โดยความรู้สึกปลอดภัย และความเชื่อใจนี้ จะสั่งให้สมองในส่วน Prefrontal Cortex ส่งสัญญาณไปยัง Amygdala หรือศูนย์กลางเตือนภัยในสมอง เพื่อระงับระบบอัตโนมัติของร่างกายในการตอบสนองผ่านการสู้ หรือหนี (Fight or Flight Response)

 

 

สำหรับใครที่สนใจอ่านต่อในตอนที่ 2 สามารถกดแชร์ หรือกดติดตาม หรือกดแจ้งเตือนไว้ได้เลย มารู้จักความรัก และเป็นนักรักที่ดีขึ้นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: Research-Based Truths About People in Love

เรียบเรียงโดย: ศตวรรษ คีรีวัน 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive