How to "จับผิดคนโกหก" โดย CIA, หน่วยงานข่าวกรอง และสารวัตทหาร

October 22, 2019

 

นักวิทยาศาสตร์ได้ประมาณการเอาไว้ว่า มนุษย์โกหกประมาณ 200 ครั้งต่อวัน รวมถึง White Lie หรือการโกหกเพื่อสร้างความสบายใจให้กับอีกฝ่ายด้วย ถ้าเราโกหกกันมากขนาดนี้ แล้วทำไมเราถึงไม่รู้เลย?

 

วันนี้ ผู้เขียนมีเรื่องราวน่าสนใจจากหนังสือ Spy the Lie โดย Philip Houston ผู้ที่เคยร่วมงานกับ CIA หรือหน่วยข่าวกรองกลางของอเมริกา รวมถึง NSA หรือหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานสารวัตรทหาร ที่เขียนอธิบายรูปแบบการโกหกต่างๆ รวมถึงวิธีการจับผิดคนโกหกมาฝากกัน

 

 

การตั้งคำถาม เพื่อการจับผิด

 

1. ในการตั้งคำถามนั้น เราจะต้องไม่ใส่อารมณ์ลงไป และถามเหมือนกับการพูดคุยปกติ เพราะถ้าหากใส่อารมณ์ไป อีกฝ่ายจะรู้ทันทีว่าเรากำลังจับผิด และเขาจะโต้ตอบเราได้แนบเนียนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาเอง หรือการใส่อารมณ์กลับ เพื่อทำให้ดูว่าเขาเป็นฝ่ายโดนกระทำจากการถูกใส่ร้าย

2. ไม่ถามคำถามที่เจาะจงเกินไป เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้ได้ทันทีว่ากำลังโดนจับผิด และจะทำให้เกิดการโต้ตอบกลับแบบข้อที่ 1 เช่นเดียวกัน

3. เมื่อถามคำถามใดๆ แล้ว อาจจะมีการถามต่อ ด้วยคำถามทำนองว่า แล้วทำอะไรต่อหรอ? ตอนนั้นไปไหนอีก? แล้วทำอะไรต่อไหม? เพราะบางครั้งอีกฝ่ายไม่สามารถคิดเรื่องมาตอบได้ทัน แต่อย่าลืมว่าเราจะต้องไม่ใส่อารมณ์

4. ในขณะถามคำถาม ควรสังเกตการตอบ และท่าทางร่วมกันด้วย

 

 

การสังเกตการตอบ

 

1. คนโกหกมักจะทวนคำถามซ้ำๆ หรือขอให้เราถามคำถามใหม่ เพราะต้องการซื้อเวลาในการคิดมากขึ้น ด้วยกลัวว่าถ้าเงียบเกินไป จะทำให้โดนจับได้ง่าย

2. คนโกหกมักจะเลี่ยงไม่ตอบ หรือทำเป็นไม่ได้ยิน เพื่อเอาตัวออกจากสถาการณ์นั้นๆ

3. คนโกหกมักจะตอบคำถามที่ให้รายละเอียดมากเกินไป พยายามอธิบายเรื่องราวที่ฟังดูซับซ้อน ด้วยกลัวว่าถ้าตอบสั้นๆ ห้วนๆ จะฟังดูไม่น่าเชื่อถือ และถูกจับได้

4. คนโกหกมักจะเลี่ยงการตอบ ใช่ หรือ ไม่ใช่ แล้วพยายามอธิบายยืดยาวแทน

5. คนโกหกบางคน อาจจะแสดงอารมณ์โมโหเวลาถูกถาม เพื่อบ่ายเบี่ยงการตอบ ทำให้ดูเหมือนว่าตัวเองเป็นเหยื่อในการถูกกล่าวหาแทน

 

 

การสังเกตท่าทาง

 

1. พยักหน้าตอบรับ แต่คำตอบเป็นเชิงปฏิเสธ

2. กระแอมเสียง หรือกลืนน้ำลาย

3. ใช้มือจับผม ลูบหน้าลูบตา

4. ไม่มองปาก หรือตา

5. มือเท้าอยู่ไม่สุก ขยับไปมา

6. พยายามจัดแต่งตัวเอง เช่น จับเสื้อ จัดผม

 

 

อย่าลืมแชร์ไปเก็บไว้ลองทำกันดูนะครับ ได้ผลยังไงมาแบ่งปันกันด้วย สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอจบบทความนี้ไปด้วยคำกล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า "There is lie in believe." มีคำว่า "lie" หรือการโกหก ซ่อนอยู่ในความคำว่า "believe" หรือการเชื่อใจ

 

 

 

 

 

 

อ้างอิง: หนังสือ Spy the Lie โดย Philip Houston

https://www.amazon.com/Spy-Lie-Former-Officers-Deception/dp/1250029627/ref=as_li_ss_tl?

https://fourminutebooks.com/spy-the-lie-summary/#more-4559

ภาพ: Gerald/ Pixabay

เรียบเรียงโดย: ศตวรรษ คีรีวัน

Tags:

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive