ฉันคือวัย Millennial และฉันกำลังหมดแรง

March 14, 2019

บทความจาก Rhian วัย 28 ที่หยิบยกมาแบ่งปันโดย BBC ว่าด้วยเรื่องปัญหา Millennial Burnout หรือความรู้สึกหมดแรงของคนวัยมิลเลนเนี่ยล ที่ผมคิดว่าค่อนข้างตรงกับใครหลายๆ คนในวัยนี้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวผมเอง และเพื่อนๆ รอบตัว โดยอาการและผลกระทบจาก Millennial burnout มีดังนี้

 

 

1. คนวัยมิลเลนเนี่ยล มักรู้สึกว่าตัวเองจะต้อง Active อยู่ตลอดเวลา มีสิ่งที่จะต้องทำอยู่ในหัว ไม่สามารถหยุดว่างได้ และพอไม่ได้ทำ หรือทำไม่สำเร็จตามที่วางไว้ ก็จะรู้สึกผิด ส่งผลให้เกิดความกังวล ความเครียด และปัญหาการนอนหลับต่อมา

 

2. จากผลการสำรวจที่อังกฤษพบว่าวัยมิลเลนเนี่ยลมีอาการ Millennial burnout มากกว่า 74% ราย โดย 49% กล่าวว่าปัญหาความเครียดหลักๆ มาจากการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ซึ่งนำไปสู่ความเหนื่อยล้าทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

 

3. บทความ BuzzFeed โดย Anne Helen Petersen ที่มีคนแชร์เป็นจำนวนมาก ระบุว่างานกับชีวิตส่วนตัวของวัยมิลเลนเนี่ยลอยู่ใกล้กันเกินไป จนรู้สึกว่าไม่มี Work-life balance ตัวเองต้องพร้อมทำงานอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวเมลเข้า เดี๋ยวไลน์เด้ง ไม่เว้นแม้แต่วันหยุด 

 

4. โดยอาการที่บ่งบอกได้ว่าเรากำลังเผชิญปัญหา Millennial burnout อยู่คืออาการ Errand paralysis หรือสภาวะที่เรารู้สึกเหนื่อย และไม่มีเวลาทำงานอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ เช่น ไปธุระธนาคาร หรือทำเรื่องขอคืนเงินภาษี เป็นต้น

 

 

5. กระนั้นคนวัยมิลเลนเนี่ยลกลับรู้สึกว่าตัวเองจะเหนื่อยไม่ได้ ต้องทำงาน ต้องขยันอยู่ตลอดเวลา เพราะที่เป็นอยู่ยังไม่ดีพอ ยังไม่เพียงพอ และเชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้ดีมากกว่านี้

 

6. หลายคนมีชีวิตการทำงานดี แต่ชีวิตส่วนตัวหยุงเหยิง แม้จะพยายามมีเวลาให้ครอบครัว ให้แฟน ให้เพื่อนแล้วก็ตาม แต่ด้วยงานที่รัดตัวมาก กลับทำให้ไม่มีเวลา และพอไม่มีเวลา ก็รู้สึกเครียด และรู้สึกผิดต่อ 

 

7. Beverley Hills นักจิตวิทยา กล่าวว่าแม้ว่าอาการ Millennial burnout จะยังไม่ได้ถูกระบุทางการแพทย์ แต่เธอพบว่าวัยมินเลนเนี่ยลมาบำบัดด้วยอาการดังกล่าวเยอะมาก โดยอาการที่ว่าคือ อาการเครียด นอนไม่หลับ เริ่มสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเอง เหนื่อยใจ ไม่พอใจ หัวร้อนง่าย รวมถึงอาการเจ็บป่วยทางด้านร่ายกาย บางคนถึงขั้นเป็น Fibromyalgia หรือโรคเรื้อรังที่ปวดเนื้อปวดตัวอยู่ตลอดเวลา

 

8. Millennial burnout เกิดจากความกดดันจากครอบครัว ที่ทำงาน และสังคม โดยมีโซเชียลมีเดียทำให้สถาการณ์แย่ลง เรารู้สึกอยากมีชีวิตที่ดีแบบคนอื่น แบบที่เราเห็นบนโลกโซเชียลมีเดีย เรารู้สึกกลัวความล้มเหลว และแม้กระทั่งกลัวความสำเร็จ ในแง่ที่ว่าวันนึงถ้าเราทำอะไรสำเร็จแล้ว เราจะรักษาความสำเร็จนั้นได้อย่างไร

 

9. ด้วยอาการเหล่านี้ บางรายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า บางรายมีความคิดฆ่าตัวตาย หากมีอาการเหล่านี้ ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

 

10. ทางแก้ไขเบื้องต้นคือ ต้องหาเวลาพักผ่อน พยายามหยุดคิดเรื่องงานในหัว หากิจกรรมทำเพื่อจัดการความเครียด ไปเจอเพื่อนให้บ่อยขึ้น และเข้าใจว่า Millennial burnout นั้นเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ Millennial snowflake ที่มองว่าคนวัยมิลเลนเนี่ยลมีสภาวะทางอารมณ์ต่ำ จัดการตัวเองไม่ได้ หงุดหงิดง่าย เพื่อที่เราจะได้เข้าใจตัวเอง และจัดการตัวเองได้ถูกต้อง 

 

 

นอกจากนี้ เรายังแนะนำให้อ่านบทความเหล่านี้เพิ่มเติม จะช่วยให้เราช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ดีขึ้นครับ

- งานวิจัยชี้ ความสุขไม่ใช่การมีเงิน แต่คือการมีเวลา

- #JOMO Joy Of Missing Out สุขได้โดยไม่ใช่โซเชียล

 

 

 

 

 

Source: How it feels to have 'millennial burnout'

Made easier to read by Satawat Keereewan

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive