Big Data สั่งให้คุณเลือกพรรคการเมืองได้ (โดยที่คุณไม่รู้ตัว)

March 12, 2019

 

เป็นที่รู้กันดีว่าการเมืองสมัยใหม่เริ่มมีการนำ Big Data เข้ามาช่วยใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ สมัยที่ผ่านมา หรือการโหวตประชามติ Brexit ที่อังกฤษ หรือแม้แต่การเลือกตั้งไนจีเรียที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ โดย Big Data เข้ามามีบทบาท (และสร้างความน่าสะพรึง) ดังต่อไปนี้

Big Data VS การเมือง

 

Big Data คือการรวมรวมข้อมูลขนาดมหาศาล โดยมีแหล่งที่มาหลักๆ จากอินเตอร์เน็ต เช่น Facebook, Google, YouTube, Twitter เพราะบริษัทเหล่านี้มีข้อมูลทุกความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราสนใจ สิ่งที่เราชอบ หรือสิ่งที่เราเกลียด ฯลฯ หลังจากรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ก็จะนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์ เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้งานต่อไป

 

เช่น ในสมัยเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์มีทีมงานด้าน Data โดยเฉพาะ โดยร่วมมือกับ Cambridge Analytica บริษัทที่ดึงข้อมูลผู้ใช้บนเฟซบุ๊คไปใช้งานเป็นจำนวนหลายล้านราย ถ้านับเฉพาะคนอเมริกาอย่างเดียว ก็ปาเข้าไปแล้วกว่า 200 ล้านราย เมื่อรวมกับข้อมูลที่ทรัมป์มีอยู่อีกส่วนหนึ่ง ก็นับว่ามีจำนวนมหาศาล

 

โดยทีมงานได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในหลายๆ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพการหาเสียงเลือกตั้ง แม้กระทั่งการทดสอบสี ตัวหนังสือ รูปภาพ เพื่อดูว่าคุณสมบัติใดจะสามารถดึงดูดความสนใจประชาชนได้มากที่สุด ข้อมูลที่ได้นี้ยังช่วยระบุได้อีกว่าทรัมป์ควรออกนโยบายใด และควรลงพื้นที่หาเสียงที่ใดบ้าง บางรัฐเป็นพื้นที่ที่พรรคไม่เคยคิดว่าจะลงพื้นที่มาก่อน แต่พอทำตามที่ข้อมูลแนะนำ ก็พบว่าช่วยเพิ่มคะแนนเสียงได้มาก

 

 

Big Data รู้จักเรา มากกว่าที่เรารู้จักตัวเอง

 

แต่ที่ดูน่ากลัวกว่านั้น คือข้อมูลเหล่านี้มีมากพอที่จะระบุได้ว่าเราเป็นคนมีบุคลิกภาพแบบไหน และต้องใช้การสื่อสารแบบใดในการสะกิดให้เราคล้อยตาม ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ เนื้อหา หรือคำพูดต่างๆ เช่น ช่วงเลือกตั้งไนจีเรียที่ผ่านมา มีเอกสารหลุดออกมาว่า Cambridge Analytica เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแฮคข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ถูกวิเคราะห์แล้วว่าเป็นคนอ่อนไหวง่าย แล้วส่งคลิปวิดีโอฆ่าตัดคอไปเพื่อข่มขวัญ เพื่อชี้นำให้เลือกพรรคการเมืองที่ใช้บริการด้านข้อมูลของตน

 

ปัญหาสงครามข้อมูลนี้ ยังตามมาด้วยคำถามที่ว่า สุดท้ายแล้วเกมการเมืองแข่งขันกันที่คุณสมบัติของตัวผู้เข้าแข่งขัน หรือแข่งขันกันที่ใครมีเงินซื้อข้อมูลมาครอบครองได้มากกว่ากัน นอกจากนี้ยังสร้างความกังวลใจในแง่ของการออกแคมเปญ หรือนโยบายของพรรคการเมืองในอนาคต เพราะการที่จะได้คะแนนโหวตมากที่สุด แคมเปญ หรือนโยบายที่ถูกวิเคราะห์ออกมาจะต้องครอบคลุมทุกกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกัน นั่นหมายความว่าแคมเปญ หรือนโยบายอาจจะคลุมเครือ และไม่ชัดเจน

 

 

 

 

 

Source: Big data is watching you – and it wants your vote

Made easier to read by Satawat Keereewan

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive