เกษตรกรรมล้ำหน้า ด้วยเทคโนเกษตร AI

February 13, 2019

UN รายงานว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตในแต่ละปี ต้องเสียเปล่า หรือกลายเป็น Food Waste แถมยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่แย่ไปกว่านั้นคือมีการคาดการณ์ว่าโลกเราจะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นถึง 9 ล้านล้านคนในปี 2050 นั่นหมายความว่า อาจจะมีความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นถึง 59-98%


ในความต้องการที่เพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ทางการเพาะปลูกที่น้อยลง ยังไม่นับรวมถึงปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลต่อการผลิตอาหาร อาจจะทำให้โลกของเราต้องเข้าสู่ภาวะขาดแคลนอาหารไม่ช้าก็เร็วนี้ ทางแก้เดียวที่เห็นอยู่ตอนนี้ คือการดึงเอาเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วย เพื่อให้เราสามารถบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากที่สุด


4 แนวทางในการใช้ AI ยกระดับเทคโนโลยีเกษตร

 

 

 1. เซนเซอร์และข้อมูล 

วิธีที่ล้ำที่สุด ณ ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นระบบเซนเซอร์และข้อมูล ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเซนเซอร์และ Internet of Things (IoT) หรือพูดง่ายๆ คือการเชื่อมทุกระบบเข้าด้วยกัน ทำให้เกษตรกรสามารถอัพเดต เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กันและกันได้ เช่น เซนเซอร์ตรวจสอบพืช สภาพดินฟ้า และอากาศ ซึ่งช่วยระบุได้ว่าพื้นที่ไหน ปลูกพืชใดจะให้ผลดีที่สุด หรือควรปลูกมากเท่าไร จึงจะเหมาะสมกับความต้องการ


ยกตัวอย่างเทคโนโลยี AI ที่มีใช่อยู่ตอนนี้ เช่น Precision ag ซึ่งช่วยระบุพื้นที่ และเวลาปลูกที่เหมาะสมที่สุด หรือ Blue River Technologies ที่ช่วยลดการใช้ยาฆ่าวัชพืช ด้วยการฉีดพ่นเฉพาะจุดที่มีปัญหา (ไม่ฉีดพ่นไปทั้งแปลง) โดยอาศัยการตรวจจับและการเก็บข้อมูลวัชพืช
 

 

 2. งานวิจัยและพัฒนา 

AI ช่วยประหยัดเวลาในการทำวิจัยและพัฒนา ช่วยให้งานวิจัยดำเนินไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่น ทีม AI ที่ Monsanto ใช้อัลกอริธึมช่วยระบุสถานที่ที่เหมาะกับการปลูกพืชไฮบริด หรือพืชลูกผสมแต่ละประเภท ไม่ต้องลองผิดลองถูกในการเพาะปลูก ซึ่งอาจใช้ระยะเวลายาวนานหลายปี นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้ยังเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรทั่วโลก หากมีการเชื่อมต่อและแบ่งปันกัน ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ตอบรับกับจำนวนประชากร และความต้องการอาหารที่จะเพิ่มสูงขึ้นเร็วๆ นี้
 

 

 3. ระบบจดจำภาพ Image recognition 

ตอนนี้กูเกิลกำลังพัฒนาระบบจดจำภาพพืชและสัตว์มากกว่า 5,000 สปีชีส์ ซึ่งระบบนี้จะช่วยต่อยอดความสามารถของโดรนในอนาคตให้สามารถตรวจจับโรคพืช และศัตรูพืชต่างๆ ได้ ทำให้เกษตรกรสามารถตรวจสอบ และควบคุมพื้นที่เกษตรกรรมของตนเองได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งเข้าใจรูปแบบและปัญหาของโรคพืชได้ดีขึ้น
 

 

4. โอกาสในการพัฒนา
แม้จะดูเหมือนว่าไม่ค่อยมีนักพัฒนา AI รุ่นใหม่ๆ สนใจการพัฒนา AI ทางด้านเกษตรมากนัก เมื่อเทียบกับอุตสหกรรมด้านอื่นๆ แต่ถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง นี่เป็นโอกาสทองในการเข้าพัฒนา เพราะยังมีพื้นที่เหลืออีกเยอะในการพัฒนาต่อยอด ที่สำคัญ AI ในภาคการเกษตรไม่ได้จำกัดแค่เพียงวงการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเกี่ยงโยงไปถึง AI ของวงการอาหาร และการป้อนอาหารสู่ตลาดโลกด้วย

 

 

 

 

 

ที่มา: 4 Ways Artificial Intelligence Will Drive Digital Transformation In Agriculture

เรียบเรียงโดย: Satawat Keereewan 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload