ว่ากันว่า 5G จะปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมใหม่ทั้งหมด?

January 29, 2019

เราเพิ่งจะมี 4G ใช้กันได้ไม่เท่าไร เผลอแป๊บเดียว เมื่อปีที่แล้วอเมริกากับเกาหลีใต้ก็เริ่มนำร่องใช้ 5G กันแล้วครับและกำลังมีอีกหลายประเทศที่กำลังทยอยใช้ตาม นั่นคือจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลียร์ และฟินแลนด์ โดยว่ากันว่า 5G ไม่ใช่แค่อีกขั้นของ 4G แต่เป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าเยอะ ถึงขั้นจะเข้ามาสร้างการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่  4 เลยก็ว่าได้ แต่จะปฏิวัติอย่างไร มาดูกันครับ


5G มีลักษณะเฉพาะตัว ที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับภาคสังคมและเศรษฐกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นความลื่นไหลของระบบที่ไม่มีค้าง ไม่มีกระตุก, ความเร็วที่มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า, ความสามารถในการเชื่อมต่อกว่า 1 ล้านอุปกรณ์ภายในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร และ ความแม่นยำของระบบที่เชื่อถือได้

 

 

สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภาพจำของโรงงาน โรงไฟฟ้า ฟาร์ม โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ที่แทบจะไม่ได้ปลี่ยนแปลงมาตลอดระยะเวลาหลายสิบถึงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมานี้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่ถ้าจะพูดแค่นี้คงนึงภาพไม่ออก เราขออนุญาตยกตัวอย่างโรงงานของโนเกีย ที่ฟินแลนด์ครับ  โรงงานที่นี่ใช้ระบบอัตโนมัติกว่า 90% ในการควบคุมโรงงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิและความชื้นโดยอัตโนมัติเพื่อเก็บรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม หรือการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนประกอบโดยระบบอัตโนมัติ พร้อมกับระบบ GPS ภายในโรงงานที่ช่วยให้ผู้จัดการโรงงานสามารถตรวจสอบได้ว่าอุปกรณ์ใดอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร เพื่อตรวจสอบ หรือปรับเปลี่ยนได้ทันทีตามความเหมาะสม


จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่าภาคอุตสาหกรรมได้รับประโยชน์ด้วยกันเต็มๆ  3 ด้าน นั่นคือความยืดหยุด (Flexibility) ความหลากหลาย (Versatility) และความสามารถในการผลิต (Productivity) โดยเมื่อมีการนำ 5G มาใช้มากขึ้น ประโยชน์เหล่านี้จะขยายไปยังธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะภาคการผลิตอย่างเดียวเท่านั้น เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์ การเกษตร การขนส่ง ที่จะช่วยยกระดับการประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ นำไปสู่การเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นได้ อุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องไม้ และระบบที่แตกต่างหลากหลาย ควรเตรียมความพร้อมของตนเองในการใช้เทคโนโลยนีดังกล่าวดังนี้ครับ 

 

 


1. เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกอย่างที่มี เพื่อยกระดับความสามารถในการควบคุมแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม เช่น  หากเรามีโดรนที่ฟาร์ม เราก็เชื่อมต่อกับโดรนบังคับที่ฟาร์มของเราไว้ซะ


2. เปลี่ยนเป็น Edge Cloud จาก Cloud เพื่อให้การจัดเก็บข้อมูล การควบคุมระบบเครือข่าย หรือการทำงานของระบบ ฯลฯ อยู่ใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น สะดวกต่อการใช้งาน และลดปัญหาการรบกวนต่างๆ  เช่น เปลี่ยนมาใช้ Edge Cloud เพื่อให้โดรนสามารถทำงานได้แบบทันทีทันใด โดยไม่ค้าง ไม่ดีเลย์ ไม่กระตุก  


3. เตรียมข้อมูล เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ และสนับสนุนการทำงานของระบบ เช่น ใช้ฐานข้อมูลที่มีในการวิเคราะห์ และสั่งการโดรนว่าควรไปทำงานในส่วนไหน และเวลาใด เพื่อประโยชน์สูงสุด 


 

เทคโนโลยียุคนี้ถือว่าก้าวล้ำไปเร็วจริงๆ นะครับ ที่เหลือก็คงขึ้นอยู่กับผู้ใช้อย่างเราๆ ว่าจะปรับตัวได้เร็วแค่ไหน และเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ผมเชื่อว่าอีกไม่นานบ้านเราก็จะมี 5G ให้ใช้เแน่นอน

 

 

 

 

 

ที่มา: 5G will redefine entire business models. Here’s how

เรียบเรียงโดย: Satawat Keereewan

 

 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive