รู้ยัง? ที่ Blockchain ใครๆ ก็เป็นผู้ขายงานศิลปะได้

January 16, 2019

ในปีนี้เทคโนโลยี Blockchain จะถูกนำมาใช้ในรูปแบบที่หลายหลายมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ในวงการศิลปะ วงการที่แทบจะไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เท่าไรนัก

 

ใครจะไปเชื่อว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมศิลปะมีมูลค่ารวมมากถึง 63.7 ล้านล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ แม้ว่าจะมีมูลค่าสูงมากขนาดนี้ แต่การซื้อขายผลงานศิลปะยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง เนื่องจากการระบุชิ้นงานศิลปะยังคงต้องอาศัยระบบเอกสารที่ล้าหลัง มิหนำซ้ำการตรวจสอบชิ้นงานโดยมนุษย์ยังอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ข้อมูลจาก Fine Art Experts Institute ณ กรุงเจนีวา รายงานว่าผลงานศิลปะกว่าครึ่งที่ทางสถาบันได้ทำการตรวจสอบ เป็นผลงานปลอมแปลง หรือไม่ก็มีการระบุชื่อศิลปินผิดพลาด

 

 

แต่ในปี 2019 นี้ เทคโนโลยี Blockchain จะปฎิวัติวงการศิลปะใหม่ โดยช่วยให้การซื้อขายผลงานศิลปะมีความปลอดภัย และความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น  ผ่านการระบุความถูกต้องของชิ้นงาน รวมถึงข้อมูลของผู้ถือครองชิ้นงานศิลปะนั้นๆ ในรูปแบบดิจิตอล 

 

Verisart สตาร์ทอัพจากอังกฤษได้ร่วมมือกับศิลปิน ณ ปัจจุบัน ในการออกเอกสารรับรองผลงานผ่าน Blockchain ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการรังสรรค์ผลงาน สำหรับผลงานศิลปะที่มีอายุ ทางบริษัทอาจจะต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มเติม ในการระบุความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะมีการออกใบรับรองบน Blockchain นอกจากนี้ยังมีอีก 2 สตาร์ทอัพ ที่ดำเนินงานทำนองเดียวกันนี้ นั่นคือ Artory และ Bidpoc

 

จากรายงานของ Oxford Internet Institute, the Alan Turing Institute และ DACS ในปี 2018 ได้กล่าวถึงเทคโนโลยี Blockchain ต่อวงการศิลปะในอนาคตว่า Blockchain อาจจะช่วยให้มีการถือครองผลงานศิลปะร่วมกันมากขึ้น และอาจช่วยให้ผู้ถือครองสามารถใช้มูลค่าผลงานศิลปะนั้นในการค้ำประกันเงินกู้ได้ ซึ่งในปัจจุบันมีบางธนาคารที่ได้อนุมัติแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายธนาคารที่ยังชะลอการพิจารณาอยู่ เนื่องจากความยากในการประเมินราคาผลงานศิลปะ และความเสี่ยงในการขายผลงานศิลปะ หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินกู้คืนได้

 

 

ปัจจุบันอุตสาหกรรม Blockchain มีมูลค่ามากกว่า 500 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่มีเพียง 5% เท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมศิลปะ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2019 นี้ จะมีการนำ Blockchain  มาใช้ในวงการศิลปะมากขึ้น โดยเฉพาะประโยชน์ในด้านความรวดเร็วในการดำเนินงาน ความโปร่งใส และยอดขายของผลงานศิลปะที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก

 

นอกจากนี้ แนวโน้มของการใช้เทคโนโลยี Blockchain ยังมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปีก่อน โดยมีรายงานว่าในตลาดงานฟรีแลนซ์ มีความต้องการทักษะความรู้ทางด้าน Blockchain มากเพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 6,000% ในขณะเดียวกัน ทั้งภาครัฐและเอกชนเอง ก็เริ่มหันมาใช้ Blockchain  ในการยกระดับความปลอดภัย การทำสัญญา และการจัดการด้านขนส่งต่างๆ มากขึ้นเช่นกัน

 

 

 

ที่มา: On the blockchain, anyone can be an art dealer

เรียบเรียงโดย: Satawat Keereewan 

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Featured Posts

งาน Hackathon เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนเมือง

November 22, 2018

1/1
Please reload

Recent Posts
Please reload

Archive